กันบล๊อคแหก!!!!!!
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
เป็นอะไรที่แบบว่า....
 
 
ยังไม่ทันจะได้พักหรือหายเหนื่อยจาก TGS ก็ต้องมาประกวดต่อ
 
 
ด้วยความที่การประกวดครั้งก่อนมันผิดพลาดอะไรเยอะแยะมาก
 
 
หัวหน้าทีมเลยปลอบใจว่าไม่เป็นไร เรามาประกวดงานนี้กัน รอบนี้เอาจริง....
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แรก ๆ บอกเลยว่าไม่อยากประกวดแล้ว.....
 
 
มันเหนื่อย  มันล้า มันท้อ...เครียดและกดดันหลายอย่าง
 
 
แต่ด้วยความที่ต้องทำหน้าที่ลูกทีมที่ดี
 
 
จึงยอมลงประกวด เพราะยังไงก็ไม่อยากทิ้งหัวหน้าทีม


 
 
 
 
 
 
 
 
 
เลยจัดการเตรียมตัวล่ารูปถ่ายเพื่อเตรียมประกวด
 
 
และสมาชิกทีม 2 คนที่ลงประกวดด้วยครั้งก่อน ดันไม่ว่าง =_=
 
 
แต่ก็โชคดีที่ได้สมาชิกใหม่มาเพิ่มอีก 2 คนคือพี่ป๋อมและน้องซายูริ
 
 
ตอนแรกอ่ะ...
 
 
เราไม่กล้าทำอะไรมากนะ เพราะไม่รู้ว่าจะเข้ารอบไหม?


กลัวเหนื่อยฟรี 5555


 
 
 
 
 
 
 
 
 
แต่สุดท้ายพอเข้ารอบ!!!!!
 
 
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

ลั่นบ้าน
 
 
คนแรกที่โทรไปหาคือคุณยูกิ 5555+
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แล้วก็ได้บ้านน้องซายูริเป็นสถานที่ซ้อม ทำพร๊อพ
 
 
เป็นกิจวัตรที่เรียนเสร็จก็ต้องมานั่งช่วยกันทำพร๊อพเกือบทุกวัน
 
 
งานนี้ตัดซาวน์เองไม่พอ ต้องมาติวเรื่องคิวบู๊ให้พี่ป๋อมและน้องซายูริด้วย 555+
 
 
ซึ่งก็ออกจะกังวลใจเกี่ยวกับแอคติ้งทั้งคู่มาก แต่ก็ทำออกมาได้ดีมากทีเดียว ><
 
 
แต่ก็ออกจะเครียดกับพี่ป๋อมจนเกือบต้องหาคนมาคอสแทน
 
 
เพราะพี่เค้าทำงาน ไม่ว่างมาช่วยเท่าไรนัก
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แล้วหลังจากนั้นมหากาพย์ปั่นพร๊อพก็เกิดขึ้น


ยังดีที่ไม่มีอะไรมากเพราะเกือบทุกอย่างก็ใช้ของเดิมตากที่มีอยู่ ปรับปรุงเล็กน้อยเท่านั้น

 
 
 
 
 
 
 
 
 
จนก่อนวันแข่ง
 
 
เป็นอะไรที่ซวยมาก!!!!!
 
 
ซ้อมการแสดงอยู่ดี รอบสุดท้ายแล้ว จวนจะได้กลับบ้านนอนตอนตีหนึ่ง
 
 
ปีกหัก!!!! OTL เลยต้องมานั่งซ่อมยันตีสี่
 
 
พอแยกกันกลับบ้านกับหัสหน้าทีม เค้าก็เตรียมของ
 
 
แพคของตรวจความเรียบร้อยได้นอนตอน 6 โมงตื่น 7โมงครึ่ง....



 
 
 
 
 
 
 
พอถึงเวลาประกวดก็เกือบจะมีดราม่าเรื่องของไม่พร้อม ฯลฯ
 
 
จนต้องแอบไปร้องไห้
 
 
ประกอบเจอคุณยูกิพอดีก็วิ่งไปหาทั้งน้ำตา (ยัยนี่เซ็นซิทีฟเหลือเกิน 55)
 
 
เวลานั้นเครียดมากๆๆๆๆๆๆ

ถึงมากที่สุด


 
 
 
 
 
 
 
และจะบอกว่าปีกนี่เป็นอะไรที่เกะกะชาวบ้านมาก!!!!! 5555+
 
 
 
แล้วก็ดีใจมาก ๆ ที่เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ มาเชียร์กันเยอะแยะ
 
 
 
แต่เค้าไม่ค่อยมีเวลาได้ดูแลหรือคุยด้วยเลยขอโทษน๊า TT^TT
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
พอถึงเวลาการแสดงด้วยการที่ไม่ได้ซาวน์เอฟเฟค
 
 
เลยร้องจ๊ากกกก ย๊ากกันเอง (หัวหน้าทีมกับพี่ป๋อมนะ)
 
 
ซึ่งทุกคนแสดงออกมาได้ดีมากถึงมากที่สุด


แต่พอไปดูในคลิปทำไมมันไม่ค่อยโอเคหว่า =_=

 
 
 
 
 
 
 
แล้วก็ถึงฉากที่เค้ามา....
 
 
 
เฟลคร๊า!!!!
 
 
ถามหน่อยมีใครรู้บ้างว่าเค้าติดเลเซอร์ไว้ที่มือ!!!!!!!
 
 
ไม่เห็นอ่ะดิ แสงจ้าขนาดนั้น เลยแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ากันไป
 
 
ซึ่งมันทำให้เราขวัญเสียมากกว่าเดิม
 
 
 
 
 
 
 
 

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แล้วอุบัติเหตุซ้ำ 2 ก็บังเกิด....
 
 
ตอนแรกตั้งใจว่าจะค่อย ๆ ล้มลงไป แต่พอเอนหลังไปเท่านั้นอ่ะล่ะ
 
 
ลืมสนิทว่าศูนย์ถ่วงปีกมันไม่ท่ากัน มันโย้ไปด้านหลังเลยดึงตัวเรา
 
 
ปึ้ง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
 
 
กระแทกทั้งปีกและหัว

 
 
 
 
 
 
 
 
และบอกตรง ๆ ว่าตอนนั้นหมดพลังแล้วจริง ๆ น๊อคแล้วจริง ๆ
 
 
แต่ฝืนลุกขึ้นมาเล่นกับพี่ ๆ พิธีกร
 
 
แต่รู้สึกหลายคนจะชอบท่าชาบูวร์ขอคะแนนกรรมการทีมเรา 555
 
(พี่ป๋อมเค้ากระซิบให้คุกเข่า อ่ะคุกเข่าก็ได้)
 
 
ท่านคณะกรรมการที่เป็นญี่ปุ่นท่านหนึ่งถึงกับลุกขึ้นปรบมือเลย 555
 
 
แล้วเราก็พูดอะไรน้ำเน่า ๆ ไปนีสสสสสสสสสสสสสส


ประมาณว่าพวกเราพยายามทำให้เต็มที่ที่สุดด้วยใจที่รัก Onimusha Dawn Of Dream (อ้วก!!)


 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
แต่เรื่องใหญ่มันเกิดหลังจากนั้น....
 
 
เป็นนาทีที่เราสร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน
 
 
แต่ทุกคนทำให้เราประทับใจ


ทันทีที่เท้าข้างสุดท้ายลงเวที
 
 
เราทรุดลงกับพื้น จะด้วยสาเหตุอะไรไม่รู้
 
 
แต่ไม่มีแรงทำอะไรแล้ว แล้วก็เริ่มหายใจแรงขึ้น

เพื่อน ๆ เหมือนรู้ว่าจะเป็นลม เลยมาถอดปีกและพาไปนั่ง


แต่อาการไม่ได้ดีขึ้นเลย
 
 
จนเพื่อนในทีมจะพาไปนั่งที่ห้องพักตอนนั้นหัวหน้าทีมเป็นฝ่ายอุ้มไป

แต่สงสัยเราหนักมากซินะ =_=
 
 
เลยปล่อยวางกับพื้นซึ่งตอนนั้นพอมีสติได้ยินเลเยอร์ท่านหนึ่งก็คือโรลจังมาช่วย
 
 
โดยบอกว่าตัวเองเป็นนศ.แพทย์
 
แล้วก็ได้ยินเสียงและเห็นพี่เซย์มาลิบ ๆ
 
 
 
 
 
 
 
 
จากนั้นราก็หมดแรงยันตัวแล้ว เลยล้มพับลงไป
 
 
จากนั้นก็ไม่รู้อะไรเลย.....
 
 
จากคำบอกเล่าของพี่เซย์พี่เค้าบอกว่าเราอยู่ในสภาพชัก
 
 
มือหงิกงอ
 
 
หายใจเร็ว
 
 
และตาเหลือก
 
 
จากนั้นก็มีพี่พนักงานเซ็นทรัลเวิร์ดพาไปโรงพยาบาล



 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
จากนั้นเราก็รู้สึกตัว อาการดีขึ้นตอนอยู่โรงพยาบาล
 
 
หมอ 5-6 คนมะรุมมะตุ้มมาดูอาการว่าเป็นอะไร
 
 
ตอนแรกเราคิดว่าคงเป็นเพราะปกติทานน้อยไม่พอ และยังพักผ่อนน้อยด้วย
 
 
แต่หมอบอกว่าไม่ใช่ ที่เราเป็นแบบนี้มาจากสภาวะจิตใจที่คร่ำเครียด
 
 
และกดดันของเรา orz

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ตอนอยู่บนเตียง ตอนป่วยนี่เราฝืนตัวเอง ด่าตัวเองมากเลยนะ
 
 
ว่าเฮ๊ย!!! หายเร็วๆๆๆๆๆๆ จะไปหาเพื่อน ๆ จะไปดูผ